ใครไม่อ่านนิยาย ข้ามไปท้ายบลอคเลยก็ได้ค่ะ

--------------------------------------

“ที่รักคะ” เสียงเธอเรียกผมดังมาจากส่วนลึกในมโนสำนึก

มือผมสั่น ขณะที่เอื้อมมือออกไปทางเธอช้าๆ

“ที่รักคะ” เสียงของเธอ ก้องกังวานในความทรงจำ หวานเพราะเหลือเกินจะทานทนได้

อาการของเธอทรุดลงช่วงสองสามเดือนก่อน เวลาไหนไม่รู้ ผมเกือบจะไม่รู้เวลา วัน เดือน หรือปีแล้ว สายออกซิเจนนั่น เป็นสิ่งเดียว...ที่เยื้อชีวิตภรรยาผมไว้

“คุณทำให้ฉันมีความสุขมากเลย” เธอเคยบอกไว้แบบนั้น ตอนที่ผมยื่นดอกไม้ไร้ค่าดอกหนึ่งที่เผอิญเห็นริมถนนให้เธอ แค่ของเก็บได้ ผมหยิบมันจากพื้นแล้วยื่นให้เธอนิ่งๆ อย่างนั้น

ผมรักเธอเหลือเกิน ที่ผ่านมาและจนวันนี้

เอื้อมมือไปช้าๆ รู้สึกว่าตัวเองกำลังร้องไห้จนแก้มเปียก ร้องหนักมากจนหายใจแทบไม่ทัน

มือผมสั่น

ภาพตัดต่อเข้ามาในความทรงจำ

วันนี้สามีของคุณต้องกลับแล้ว วันหลังเขาจะมาใหม่นะครับ”

ดอกไม้มันไม่เหี่ยวไวหรอก”

ผมไม่เชื่อในพระเจ้า และถ้าเราได้คุยกันผมว่าหมอนั่นคงอยากให้คุณยืนหยัดตายคาที่ในรักแท้”

งั้นคุณแต่งงานกับเธอได้ยังไงล่ะ”

มันทำให้เบาลงบ้างนะ”

สักวันเธอจะตาย”

ทิ้งเธอซะเถอะครับ”

การตัดต่อความทรงจำ คนทรยศ...ผมด่าตัวเอง

“คุณต้องการอะไรจากผม”เสียงไอวานถามเบาๆ จากความทรงจำเก่าก่อน

“ผมไม่รู้” ผมกระซิบ แล้วก็ดังขึ้นเรื่อยๆ จนเป็นตะโกน “ผมไม่รู้ ผมไม่รู้ ผมไม่รู้ ผมไม่รู้ ผมไม่รู้ ผมไม่รู้ ผมไม่รู้ ผมไม่รู้ ผมไม่รู้ ผมไม่รู้ ผมไม่รู้ ผมไม่รู้ ผมไม่รู้ ผมไม่รู้ ผมไม่รู้ ผมไม่รู้ ผมไม่รู้ ผมไม่รู้ ผมไม่รู้”

“ดิมิทรี!” ไอวานตะโกนเรียกผมออกมาจากภวังค์แห่งสติอันลึกล้ำที่สุดของมนุษย์

ผมลืมตามองเขา ทำตาโต หอบหายใจถี่ๆ ผมฝันไป ผมฝันเรื่องนั้นอีกแล้ว

ตอนนี้ผมอยู่กับไอวาน...และผมฝัน เรื่องเก่าก่อนที่เคยเกิดขึ้นจริง

คนทรยศ แกมัน...

“เธอตายแล้ว” ไอวานลูบหน้าผมด้วยมือของเขา มือที่เย็นเฉียบเหมือนคนตาย...บนใบหน้าที่เปียกชื้นไปด้วยเหงื่อของผม

ผมละล่ำละลักออกมาอย่างที่บอกเขาไปทุกครั้ง “ผมฆ่าเธอ...”

 

“คุณไม่ได้ทำหรอก ใครจะไปทำอะไรได้” เขาพูด วางผ้าชุบน้ำลงบนหน้าผากผม “ไข้ลดลงบ้างแล้ว”

ผมหอบหายใจ มองหน้าเขา ตั้งแต่เขาบอกให้มาอยู่ที่นี่ ผมไข้ขึ้นสลับกับเพ้ออยู่ตลอด จนแทบไม่รู้ว่าอะไรจริงไม่จริง

ความทรงจำถูกตัดต่อ ความทรงจำถูกตัดต่อ

ผม...

กำลังจะถูกตัดกลับไปหาเธอ วันนั้น วันที่ภรรยาผมตาย

ผมเอื้อมมือไป ใกล้มากแล้ว

ผมทนไม่ได้อีกต่อไปแล้ว

มันคือความทรมานที่ยาวนานเกินกว่าจะนับหรือเอื้อนเอ่ย

ผมเอื้อมมือไป...

 

ความทรงจำ...พร่าเลือน ในพิษไข้ เหมือนนิยาย ที่คนเขียน ใช้ความเพ้อ...ของผม เป็นเครื่องมือ ในการเล่าเรื่อง สลับไปสลับมา

ไอวานเปลี่ยนผ้าที่หน้าผากของผม พูดอะไรบางอย่างที่ผมไม่ได้ยิน

ผมขยับปากตอบเขา ไม่รู้ว่าตัวเองจะตอบอะไร และไม่มีเสียงลอดออกไป

ไอวานแตะริมฝีปากผม เอ่ยบางสิ่งที่ผมไม่ยิน หรือได้ยินเป็นเสียงหึ่งที่ไม่เข้าใจ

สัมผัสที่แตะลงมา เหมือนจะบอกว่า ไม่เป็นไร

เป็นสิเป็น

ผมอยากเล่าให้คุณฟังนะ แต่ผมกลัวความผิดของตัวเอง...กลัวทุกเรื่องเลย

 

ผมอาจเริ่มด้วยคำว่า ภรรยาของผมชอบประเทศญี่ปุ่น

“เขาเหมือนเป็นยักษ์ตัวท้วมเล็กแต่ดุดันที่อยู่ทางตะวันออกเลยเนอะ” เธอเคยบอกผมอย่างนั้น วันนั้น ผมยังได้ยินเสียงเธออยู่เลย ทุกคำ ทุกคำพูดที่เธอเคยพูดกับผม ยังเป็นเสียงดังอยู่ในหัวของผม ระงม อื้ออึง ถึงความรักที่เธอมือให้ผม การที่ผมจดจำมันได้นั้นเป็นสิ่งยืนยันที่บอกผมว่า...ผมรักเธอเพียงใด

ในตอนนั้นผมคิดถึงเรื่องของเธออยู่ ตอนที่ผมเอื้อมมือไปที่วัตถุเรียวเล็กบางใสนั้น บีบมันเบาๆ กลั้นหายใจ...

ร่างกายผมแข็งแรงกว่าเธอ

กว่าผมจะทนกลั้นหายใจต่อไปไม่ได้

เธอก็ไปแล้ว

มือที่บีบสายออกซิเจนไว้ของผมสั่นไปหมด

มันสั่นตั้งแต่ก่อนจะเอื้อมมือไปแล้ว

ไม่มีใครรู้ ไม่เหลือหลักฐาน

ผมเพียงแค่ดูเหมือนนั่งอยู่ตรงนั้น

แล้วเธอก็จากไป วิญญาณปลิวออกจากร่างราวกับกลีบดอกไม้ที่ถูกลมพัดปลิวขึ้นไปบนสวรรค์

 

“ผมฆ่าเธอ” ผมยังคงเพ้อเบาๆ เป็นระยะ ตอนที่ไอวานยัดเม็ดยาลงมาในปาก แล้วเทน้ำตามลงมา

นั่นวิธีดูแลคนป่วยหรือ ผมเกือบสำลักแล้ว

“คุณไม่ได้ทำ” ไอวานบอก

ผมลืมตาขึ้น มองหน้าเขา สายตาเหือดแห้ง ดวงตาแดงก่ำจากการคร่ำครวญ

เขามองตาผม เหมือนจะตระหนักว่าผมพูดจริง

“ผมบีบสายออกซิเจนไว้เกือบนาที” ผมเอ่ยช้าๆ มองหน้าเขา ไม่กระพริบตาสักนิด น้ำตาไหลลงจากตาหนึ่งหยด

ไอวานนิ่งอยู่ไม่นาน เขาก็วางมือลงบนเปลือกตาทั้งสองของผม “ลืมซะ” เสียงเอ่ยเบาๆ กังวานเข้าไปถึงในหัวใจ

ผมสะอึกสะอื้นอยู่อย่างนั้น น้ำตาไหลลงจากสันมือของเขา และไอวานก็นิ่งเงียบ

เมื่อผมสงบลง น้ำตาไหลจากตาช้าๆ แต่ร่างกายนิ่งงัน ไม่ได้สั่นอีกต่อไป ในความมืดมิดของฝ่ามือที่ออกหยาบนั้น ผมรู้สึกถึงรสของริมฝีปากประกบลงมา

ร่างกายผมร้อนฉ่าไปหมดรวมทั้งใบหน้า

ผมเป็นคนทรยศ ผมฆ่าเธอ และก็หลงรักผู้ชายที่เธอรัก

เขาไม่ปล่อยแม้ผมจะดิ้นหนี ยังคงจูบผมต่อไปอย่างลึกล้ำจนแทบจะถึงหัวใจ

แต่ไม่ได้เปิดตาผม หรือแม้แต่จะคลายมือออกมา

เขากดมือแน่นราวกับจะกดศีรษะผมลงไปในหมอน

บางทีเขาอาจช่วยฆ่าผมสักวันก็ได้

ท่าทางเขาทำได้นะ...

ผมสำลักออกมา ไอวานจึงยอมถอนริมฝีปากออกไป

สัมผัสของลิ้นนุ่มหยุ่นราวกับหอยทาก อุณหภูมิที่ต่าง รสชาติเจือหวานและความร้อนยังตราอยู่ในสมองผม

เสียงหัวใจเต้นสอดไปในจังหวะลมหายใจ

พอเขายกมือขึ้น เราสบตากัน ดวงตาสีฟ้าสดของผม กับสีฟ้าซีดๆ มืดๆ ของเขา ผมอดไม่ได้ที่จะมองหน้าเขาด้วยทีท่าตื่นกลัว

ไอวานไม่ได้ยิ้มออกมาแม้แต่นิดเดียว เขาไม่แสดงสีหน้าด้วยซ้ำ...แล้วค่ำคืนก็ดำเนินไป

ผมไม่ได้กลัวเขาหรอก ผมเพียงแต่กลัวสิ่งที่ตัวเองทำลงไป และกำลังจะทำ

ผมทรยศเธอ

นี่คือคนที่เธอรัก และผม...นอนกับเขาในที่สุด

 

------------------
 
 
สวัสดีปีใหม่่ค่ะ
 
ยังมีชีวิตอยู่ค่ะ (หัวเราะ เหมือนต้องเริ่มต้นด้วยข้อความนี้แทบทุกครั้ง)
 
จะว่ายังไงดีนะ ก็เข้าๆ ออกๆ เอ็กซ์ทีนอยู่เรื่อยๆ เพราะมีอะไรให้อ่าน แต่บางทีก็ไม่ได้ล็อคอิน บางที็ล็อคอิน ตามดูว่ามีใครที่เราแอดfav. ไว้ เขียนอะไรบ้าง แต่ไม่ได้อัพเอนทรี่อะไร
 
ไม่รู้จะอัพอะไร (หัวเราะ) จริงๆ นะ!
 
ตอนแรกบลอคนี้สาดรูปทุกเอนทรี่ เหมือนเป็นบลอควาดรูป (ฮา) แต่ไม่ใช่นะ เหมือนเป็นสิ่งที่ชอบทำในเวลาว่างๆ (โดยเฉพาะเวลาเรียน) เฉยๆ แล้วก็เอามาลงๆ ไว้ แต่ไม่ได้เปิดบลอคมาเพื่อสาดรูปนะคะ
 
แล้วก็ไม่ได้เลิกวาดรูป ช่วงหลังยังวาดรูปอยู่ วาดตลอดแหละ แต่ไม่ได้แสกนรูปแล้ว ออกแนวขี้เกียจ ทิ้งแสกนไว้เชียงใหม่ แล้วไปเรียนที่ปทุม
 
ปีที่ผ่านมาก็ เริ่มปีรอผลโควตา ติดโควตา สอบโอเน็ต แอดติด เรียนมหาลัย เขียนcogจบแบบจริงๆ น้ำท่วม กลับบ้าน กลับบ้าน กลับบ้านนานมาก เอ๊ะ ยังไม่ได้กลับไปอีกเหรอ
 
อยู่ๆ ไปคนแถวนั้นก็เริ่มถาม
"หนู เมื่อไหร่จะเปิดเทอม"
"น้อง เรียนอะไร"
"ทำไมไม่กลับไป"
คงสงสัยว่าทำไมยังมาเดินอยู่แถวนี้ จะซิ่วเหรอ ไม่ไปเรียน ฮ่าๆๆๆ
 
อยู่มาประมาณสามเดือน ต้นปีที่มาถึงนี้ก็กำลังจะได้กลับไปเรียนในทีุุ่สุดแล้วค่ะ
 
ปีนี้เขียนอะไรอยู่เรื่อยๆ ตามปกติค่ะ แต่ไม่ได้ลงในเอ็กซ์ทีน เพราะว่ารู้สึกบลอคมันไม่เหมาะลงนิยายเท่าไหร่น่ะ ระบบมันไม่เหมาะต่อการค้นหาเท่าใดนัก (ถึงแม้ว่าเอนทรี่นี้ก็มาลงนิยายก็เถอะ)
 
แล้วไปลงที่ไหน?
 
ก็ไม่ได้ลงที่ไหนเลยค่ะ
 
ช่วงแรกๆ ของปีจะลงในบอร์ดปิดบอร์ดนึง ที่มีคนที่รู้จักกันใช้เยอะ แต่ช่วงหลังก็ไม่ได้ลง แต่งแล้วก็อยู่ในคอมพ์ ส่งให้คนอ่านบางคน บางเรื่องเอาขึ้นมีเดียไฟล์ แล้วเอาลิงก์ไปลงเฟสไว้ให้คนที่ติดต่อกันในเฟส
 
บอกตามตรงก็คิดถึงการอัพบลอค ชอบการเขียนบลอคนะคะ แต่ไม่รู้จะเขียนอะไรค่ะ
 
ทุกวันเขียนแต่นิยาย แล้วก็ไม่ได้มีอะไรน่าสนใจในเชิงไดอารี่ที่จะมาเขียนลง
 
ปีนี้ก็ หวังให้ตัวเองเขียนบลอคมากขึ้นเหมือนกันค่ะ
 
ชอบความรู้สึกของการเขียนบลอคดี
 
ไม่มีอะไรจะเขียนแล้วจริงๆ แหละ
 
ไปก่อนนะคะวันนี้
 
สวัสดีค่ะ

ald_aruza View my profile

    follow me on Twitter

    Favourites